แนะนำคณะ | ติดต่อภาควิชา

หลักการและเหตุผล

ความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเภสัชกรรม สร้างความตื่นตัวอย่างมากในกระบวนการรักษาโรค โดยมีตัวยา รูปแบบยา และความรู้เกี่ยวกับยาเกิดขึ้นใหม่ตลอดเวลา  จนกระทั่งผู้ป่วยหรือแม้แต่บุคลากรทางการแพทย์ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับศาสตร์ด้านยาโดยตรง ยากที่จะแสวงหาความรู้เพื่อประกอบการใช้ยาได้อย่างครบถ้วนทันการณ์   ทำให้โอกาสเกิดผลไม่พึงประสงค์ของยาและความเสี่ยงต่ออันตรายรุนแรงจากการใช้ยามีมากขึ้น นอกจากนั้นในสภาพการณ์ปัจจุบัน การตัดสินใจคัดเลือกยามาใช้ในสถานพยาบาลและการบริบาลทางเภสัชกรรมแก่ผู้ป่วยไม่สามารถทำได้อย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องตามหลักวิชา ส่วนหนึ่งของปัญหาเป็นผลจากการขาดระบบสารสนเทศด้านยาที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งรวบรวมข้อมูลและความรู้ที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วรวมถึงประมวลประวัติการใช้ยาของผู้ป่วย อีกประการหนึ่งเป็นเพราะกระบวนการบริการทางเภสัชกรรมในปัจจุบันสิ้นสุดเพียงขั้นตอนการส่งมอบยาให้แก่ผู้ป่วยเท่านั้น  ทำให้เภสัชกรไม่มีโอกาสติดตามผลการใช้ยาตลอดจนประเมินประสิทธิผลการใช้ยาของผู้ป่วย

ในประเทศไทย แต่ดั้งเดิมมาบทบาทของงานบริการเภสัชกรรมในสถานพยาบาลจำกัดวงอยู่เฉพาะการดำเนินการเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ยา กล่าวคือภาระหน้าที่หลักที่ปฏิบัติจะเกี่ยวข้องกับการผลิต การจัดซื้อจัดหา การกระจายและส่งมอบยาให้แก่ผู้ป่วย บทบาทดังกล่าวแม้จะมีความสำคัญต่อระบบยาของประเทศเป็นอย่างยิ่ง โดยทำให้การใช้ยามีประสิทธิภาพและความปลอดภัยในระดับหนึ่ง  ตลอดจนช่วยประหยัดงบประมาณของชาติได้เป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นบทบาทที่จะต้องดำรงไว้และพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นต่อไป อย่างไรก็ตามในระดับสากล  มีการเพิ่มบทบาทของงานบริการทางเภสัชกรรมในด้านการดูแลการใช้ยาของผู้ป่วยโดยตรงมากขึ้น มุ่งเน้นการใช้ยาอย่างถูกต้องในการบำบัดรักษาและทำนุบำรุงร่างกาย โดยเน้นหนักที่สัมฤทธิผลของยาต่อผู้ป่วย แนวทางดังกล่าวเป็นการพัฒนาบทบาทเภสัชกรให้สร้างประโยชน์และคุณค่าต่อสังคมโดยตรงมากขึ้นในด้านการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับยา  ให้การปกป้องดูแลประชาชนผ่านกระบวนการบริบาลทางเภสัชกรรม (pharmaceutical care) เพื่อให้เกิดการใช้ยาอย่างมีเหตุผล (rational use of drugs) หลักการนี้เป็นที่ยอมรับทั่วไป ดังจะเห็นได้จากการที่องค์การอนามัยโลกได้เสนอแนวทางดังกล่าวให้เป็นแนวทางปฏิบัติสำหรับวิชาชีพเภสัชกร เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2537

บทบาทของเภสัชกรที่มุ่งเน้นไปที่ผู้ป่วยโดยตรงนี้ เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกามากว่าสามทศวรรษแล้ว และมีส่วนช่วยอย่างมากต่อพัฒนาการในระบบสุขภาพของชาติ ในประเทศไทยถึงแม้ขณะนี้จะกำหนดเป็นบทบาทของเภสัชกรก็จริง แต่ยังไม่ได้ดำเนินการเป็นรูปธรรมอย่างแพร่หลายเท่าที่ควร  ทั้งที่บทบาทและการปฏิบัติวิชาชีพเช่นนั้นสามารถตอบสนองหรือมีผลกระทบเชิงบวกต่อปัญหาการใช้ยาและระบบยาของประเทศได้เป็นอย่างดี 

ตามแนวความคิดการปกป้องดูแลประชาชนผ่านกระบวนการบริบาลทางเภสัชกรรมเพื่อให้เกิดการใช้ยาอย่างมีเหตุผลนั้น เน้นภาระหน้าที่สำคัญของเภสัชกรดังต่อไปนี้

  1. เป็นผู้ให้ความรู้เกี่ยวกับยาแก่บุคลากรทางการแพทย์และแก่ผู้ป่วย
  2. เป็นผู้ทำหน้าที่หลักในการคัดเลือกยาที่ถูกต้องและมีประสิทธิผลการรักษาตามหลักวิชา เข้ามาใช้ในสถานพยาบาล  เพื่อให้เหมาะแก่ผู้ป่วยแต่ละราย
  3. เป็นผู้ส่งมอบยาให้แก่ผู้ป่วยและแนะนำการปฏิบัติตัวในขณะใช้ยา ให้คำปรึกษาแก่ผู้ป่วยโดยอาศัยหลักการทางเภสัชวิทยาและการบำบัด เพื่อช่วยให้การใช้ยาเป็นไปอย่างมีเหตุผล มีประสิทธิภาพ และไม่เกินความจำเป็น
  4. เป็นผู้ติดตามและประเมินผลการใช้ยา ว่าเป็นไปตามความมุ่งหวังของแผนการรักษาหรือไม่ โดยใช้กรรมวิธีทางเภสัชวิทยา ชีวเภสัชกรรม และเภสัชจลนศาสตร์ ทั้งนี้เพื่อให้เกิดประสิทธิผลคุ้มค่า
  5. ดำเนินการเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการใช้ยา โดยปราศจากเหตุการณ์ไม่พึงประสงค์ (adverse events) จากสาเหตุต่างๆ ในทุกระดับ

จะเห็นได้ว่า  ความก้าวหน้าของวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีเภสัชกรรม และกรรมวิธีรักษาโรคในยุคปัจจุบัน มีผลกระทบทำให้การปฏิบัติภาระหน้าที่ของเภสัชกรต้องอาศัยองค์ความรู้และหลักฐานข้อเท็จจริงที่ทันเหตุการณ์ตลอดเวลา ทั้งจากการสืบค้นสารสนเทศและการค้นคว้าวิจัยด้วยตนเองอย่างถูกต้องน่าเชื่อถือ

จากหลักการและเหตุผลดังกล่าว จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะสนับสนุนการศึกษาระดับสูงในสาขาวิชาที่พัฒนาบุคลากรซึ่งมีพื้นฐานทางเภสัชศาสตร์ให้มีความรู้และความสามารถด้านค้นคว้าวิจัยการบริบาลทางเภสัชกรรม เพื่อช่วยเกื้อหนุนให้การดูแลผู้ป่วยที่ต้องใช้ยามีประสิทธิภาพและคุณภาพสูงสุด โดยใช้ศักยภาพดังกล่าววางแผนและปฎิบัติงานค้นคว้าวิจัยทางคลินิกเพื่อตอบคำถามหรือแก้ไขปัญหายาที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งสามารถนำข้อเท็จจริงและหลักฐานจากการวิจัยไปประยุกต์ใช้ในการดูแลผู้ป่วยและผู้ใช้ยาได้อย่างมีประสิทธิภาพในระดับสากลต่อไป

หลักสูตรเภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิต  สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม  (นานาชาติ) โดยภาควิชาเภสัชกรรมปฏิบัติ  คณะเภสัชศาสตร์  จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  เป็นหลักสูตรเภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิตสาขาการบริบาลทางเภสัชกรรมที่จัดการเรียนการสอนเป็นแห่งแรกในประเทศไทย  ปัจจุบันมีนิสิตในหลักสูตรที่จบการศึกษาและปฏิบัติงานตามสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีชื่อเสียง  ความรู้ความสามารถของบัณฑิตที่สำเร็จการศึกษาจากหลักสูตรเป็นที่ยอมรับและประจักษ์กันอย่างกว้างขวาง  นอกจากนี้  การเป็นหลักสูตรนานาชาติเป็นการเปิดโอกาสให้นิสิตในหลักสูตรได้สัมผัสกับการเรียนการสอน  และการปฏิบัติงานร่วมกับบุคลากรและนิสิต/นักศึกษาจากต่างประเทศ   ซึ่งจะเป็นการเสริมสร้างบทบาทวิชาชีพให้มีความเข้มแข็งมากยิ่งขึ้น

หลักสูตรเภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริบาลทางเภสัชกรรม (นานาชาติ)

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 254 ถนนพญาไท เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร 10330
โทรศัพท์ 02-218-8327, 02-218-8386 โทรสาร 02-218-8401, 02-218-8279