1.เลือด ( blood )

ประกอบด้วย น้ำเลือด ( plasma ), เม็ดเลือดแดง ( erythrocyte ), เม็ดเลือดขาว ( leucocyte ) และthrombocyte ( blood platelet )

น้ำเลือด ( plasma )

น้ำเลือดมีสารอยู่ในปริมาณต่างๆกัน ซึ่งแต่ละอย่างก็มีหน้าที่สำคัญโดยสรุปคือ

- น้ำ ช่วยรักษาระดับปริมาณของเลือดและความดันโลหิตให้คงที่เป็นตัวกลางในการลำเลียงสารต่างๆ เป็นตัวละลายเกลือแร่บางอย่างและทำให้เซลเปียกชื้นอยู่เสมอ

- เกลือแร่ ช่วยรักษาระดับของ osmotic pressure, pH และช่วยรักษาสมดุลระหว่างน้ำเลือด กับน้ำเหลืองและเซล

- plasma protein มีหลายชนิดแต่ทุกชนิดทำหน้าที่ช่วยรักษาระดับของ osmotic pressure และ pH นอกนั้นก็มีหน้าที่เฉพาะของแต่ละชนิด คือ fibrinogen เกี่ยวกับการแข็งตัว, prothrombinเกี่ยวกับการ แข็งตัวของเลือด,albumin ควบคุมปรีมาณน้ำในร่างกาย, globulin ควบคุมปริมาณน้ำ ควบคุม pHทำหน้าที่เป็น antibody และglobulin บางชนิดยังช่วยลำเลียงสารและเกลือแร่บางอย่างด้วย

antibody และ antigen

เมื่อมีสิ่งแปลกปลอมชนิดใดชนิดหนึ่งที่เป็นสารอณูใหญ่เข้าไปในร่างกาย จะมีผลให้ร่างกายสร้าง สารขึ้นมาป้องกันเนื้อเยื่อของร่างกายไม่ให้เป็นอันตราย โดยสารดังกล่าวจะไปจับสิ่งแปลกปลอมทำให้ สิ่งแปลกปลอมนั้เนหมดอำนาจลง สิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในร่างกายเรียกว่า antigen ส่วนสารเคมีที่ร่างกาย สร้างขึ้นเรียกว่าเซล antibody ที่ทำหน้าที่สร้าง antibody คือ plasma cell และเม็ดเลือดขาวในม้าม ตับ ต่อมน้ำเหลือง ต่อมไธมัส และไขกระดูก โดยเซลดังกล่าวดูดซึม เข้าไปซึ่งจะไปกระตุ้นให้เซลนั้นสร้าง antibody ขึ้นมา ขบวนการที่ร่างกายสร้าง antibody ขึ้นมาantigenต่อต้านกับ antigen ที่เข้าสู่ร่างกายนี้เรียกว่า immunization เช่น การฉีดวัคซีนป้องกันอหิวาตกโรค ซึ่งเป็นการฉีดพิษของโรคนั้นเข้าไปในร่างกาย แล้ว กระตุ้นให้ร่างกายสร้าง antibody ขึ้น ต่อมาภายหลังเมื่อได้รับเชื้อแล้วก็จะไม่เป็นอันตรายนั่นคือเรามีภูมิคุ้มกัน (immunity) ต่อโรคนั้นแล้วนั่นเอง