การมีประจำเดือน

 

ตอบโดย ศาสตราจารย์ นพ. นิกร ดุสิตสิน

คำถาม

1.                              คนที่มีประจำเดือน มีการห้ามรับประทานอะไร ? เช่นห้ามกินน้ำมะพร้าว น้ำแข็ง

2.                              เพราะเหตุใดโรคกระดูกพรุนจึงเกิดกับสตรีวัยหมดประจำเดือน ?

3.                              ทำไม เวลาผู้หญิงใกล้ที่จะมีประจำเดือนจะรับประทานอาหารมากขึ้น ?

4.                              เวลาปวดท้องประจำเดือน ถ้าเราทานยาทุกเดือน มีคนบอกว่าเดือนต่อไปจะปวดมากขึ้นอีกจริงหรือไม่ ? แล้วถ้าปวดมากๆ ควรทำอย่างไร ? ควรทานยาหรือไม่ ? สาเหตุมาจากอะไร ?

5.                              หญิงที่ตัดปีกมดลูกออกไปตั้งแต่อายุ 40 ต้นๆ ทำให้หมดประจำเดือน ก่อนวัยทอง มีผลทำให้แก่เร็วขึ้น มีกระดูกพรุนเร็วขึ้น เป็นโรคเร็วกว่าผู้หญิงทั่วไป หรือไม่ ?

6.                              ผู้หญิงควรตรวจภายในตั้งแต่อายุเท่าไร ? การที่มีประจำเดือนไม่ครบทุกเดือนจะมีปัญหาต่อมะเร็ง หรือการมีบุตรหรือไม่ ?

7.                              เด็กสมัยนี้มักมีประจำเดือนเร็วกว่าเด็กสมัยก่อน เกิดจากอะไร ?

8.                              การมีเพศสัมพันธ์ขณะมีประจำเดือน เป็นอันตรายหรือไม่ ? และทำให้ตั้งครรภ์ได้หรือไม่ ?

 

 คำตอบ

1.      คนที่มีประจำเดือนห้ามรับประทาน

1.1  น้ำมะพร้าว โดยทั่วไปไม่ห้ามรับประทาน น้ำมะพร้าวมีฮอร์โมนเพศหญิง อาจมีผลต่อประจำเดือนได้ ทำให้ประจำเดือนหยุด แต่อาจไม่เป็นทุกคน ทั้งนี้ขึ้นกับ ปริมาณน้ำมะพร้าวที่ดื่ม ปริมาณฮอร์โมนในน้ำมะพร้าวแต่ละลูก ซึ่งไม่เท่ากัน และการตอบรับต่อร่างกายของแต่ละคนซึ่งแตกต่างกัน

1.2  น้ำแข็ง จากการสัมภาษณ์พบว่า ในผู้หญิงบางคนอาจทำให้ประจำเดือนออกน้อยลง และมีอาการปวดท้องมากกว่าธรรมดา ทั้งนี้อาจเกิดจากมดลูกบีบตัว

 

2.      โรคกระดูกพรุนเกิดกับสตรีวัยหมดประจำเดือนเนื่องจาก

เมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน รังไข่จะหยุดผลิตฮอร์โมนเอสโตรเจน ทำให้ขาดฮอร์โมนซึ่งใช้ในการซ่อมแซมกระดูก เมื่อร่างกายขาดฮอร์โมน และได้รับแคลเซียมจากอาหารไม่พอ รวมทั้งขาดแสงแดด จะทำให้การซ่อมแซมกระดูกไม่ดี ทำให้กระดูกโปร่งบาง

วิธีป้องกัน ออกกำลังกายปานกลางอย่างสม่ำเสมอ ได้รับแสงแดดอ่อนๆ บ้าง และรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูงให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย

 

3.      ผู้หญิงที่ใกล้มีประจำเดือนจะรับประทานอาหารมากขึ้นเนื่องจาก

เมื่อใกล้มีประจำเดือน อาจจะมีอาการทางอารมณ์เกิดขึ้นหลายอย่าง เช่น ฉุนเฉียว โกรธง่าย หงุดหงิด ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ ซึมเศร้า เบื่อหน่ายชีวิต อ่อนเพลีย อาจมีอาการบวมน้ำในส่วนปลายมือ ปลายเท้า ข้อเท้า ขา อาจมีน้ำหนักเพิ่มขึ้น เต้านมคัดและเจ็บ อยากรับประทานอาหารมากขึ้น เป็นต้น สาเหตุอาจเนื่องมาจากความไม่สมดุลของฮอร์โมน เอสโตรเจน โปรเจสเตอโรน โปรสตาแกลนดิน ฯลฯ

 

4.      เวลาปวดท้องประจำเดือน การกินยาแก้ปวดท้องประจำเดือน จะทำให้หายปวดได้ ไม่ทำให้อาการปวดมากขึ้นในเดือนต่อไป

ถ้ามีอาการปวดมาก ๆ วิธีแก้ คือ ควรออกกำลังกายเป็นประจำ รับประทานอาหารให้ถูกต้อง ควรลดอาหารไขมัน อาหารหวาน รับประทานอาหารจืด ควรเพิ่มอาหารผักและผลไม้ จำกัดการดื่มชา กาแฟ และดื่มน้ำให้มาก จะช่วยบรรเทาอาการได้

สาเหตุของการปวด เกิดจากหลายสาเหตุ

1.      ตำแหน่งของมดลูก คือ มดลูกต่ำไปข้างหลังมากเกินไป

2.      ปากมดลูกแคบ

 

5.      สำหรับหญิงที่ตัดปีกมดลูกจะมีหลายกรณีด้วยกัน ดังนี้

5.1  กรณีที่ตัดเอาแต่มดลูกออกยังเหลือรังไข่ รังไข่ยังสร้างฮอร์โมนได้ จะไม่มีประจำเดือน แต่ยังมีอาการร่วมไปกับประจำเดือน เช่น เจ็บหน้าอก ปวดเมื่อย แสดงว่ารังไข่ยังทำงานอยู่ และจะหยุดทำงานเมื่อเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

5.2  กรณีที่ตัดทั้งมดลูกและรังไข่ ทำให้ฮอร์โมนจากรังไข่หมดไป อาจจะมีอาการของคนเข้าสู่วัยหมดประจำเดือน

อาจมีผลที่ตามมาคือ แก่เร็ว มีกระดูกพรุนเร็วขึ้น เกิดโรคเกี่ยวกับเส้นเลือดหัวใจและสมองเร็วกว่าสตรีทั่วไปได้ การได้รับฮอร์โมนทดแทน ออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ได้รับแคลเซี่ยมเพียงพอก็อาจจะป้องกันอาการดังกล่าวได้

ผู้ที่หมดประจำเดือน อาการที่เกิดขึ้นได้แก่

1.      อาการทางระบบประสาทอัตโนมัติ คือ อาการร้อนวูบวาบ เหงื่อออกมาก นอนไม่หลับ

2.      อาการทางจิต มีอาการหงุดหงิด เศร้า ฉุนเฉียว โกรธง่าย ควบคุมอารมณ์ได้ยาก

3.      อาการทางระบบทางเดินปัสสาวะและช่องคลอด มักจะเกิดขึ้นหลังหมดประจำเดือนไปสักระยะหนึ่งแล้ว ได้แก่ กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ขณะไอหรือจาม ปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะขัด หรือเกิดการอักเสบของกระเพาะปัสสาวะได้ง่าย อวัยวะสืบพันธุ์ภายนอกจะหย่อนลง เยื่อบุผนังช่องคลอดบางขาดสิ่งหล่อลื่น ช่องคลอดขาดความยืดหยุ่นมีปัญหาทางเพศสัมพันธ์ ความต้องการทางเพศลดลง

4.      ในระยะยาว มีเรื่องของโรคหัวใจ และหลอดเลือด กระดูกโปร่งบาง เป็นต้น

การปฏิบัติตัวที่ถูกต้อง เช่น การพิจารณาให้ฮอร์โมนทดแทนที่เหมาะสม การออกกำลังกายปานกลางสม่ำเสมอ และการโภชนาการ ภายใต้การแนะนำของแพทย์ จะช่วยแก้ปัญหาและชลอความเสื่อมต่างๆ

 

6. ในสตรีที่ไม่เคยมีเพศสัมพันธ์ ควรตรวจภายในเมื่ออายุ 30 ปีขึ้นไป นอกจากกรณีที่สงสัยว่ามีความผิดปกติของอวัยวะภายใน เช่น มดลูก หรือรังไข่

ในสตรีที่แต่งงาน ควรตรวจเป็นประจำทุกปี เพื่อช่วยในการตรวจหาความผิดปกติ และโรคของอวัยวะภายใน ซึ่งอาจเกิดจากการคุมกำเนิด เช่น การใส่ห่วงอนามัย ทราบสาเหตุของการอักเสบในอุ้งเชิงกราน และยังสามารถตรวจพบมะเร็งระยะเริ่มแรกของปากมดลูกได้

การที่มีประจำเดือนไม่ครบทุกเดือน แต่ถ้ามาสม่ำเสมอและมีอาการแสดงว่ามีไข่สุก/มีการตกไข่ ก็จะไม่มีอันตรายแต่อย่างใด อาจจะมีปัญหาการมีบุตรยากได้ ควรปรึกษาแพทย์ถ้าต้องการมีบุตร

 

7.      เด็กสมัยนี้มักมีประจำเดือนเร็วกว่าเด็กสมัยก่อน สาเหตุยังไม่เป็นที่ทราบแน่นอน เข้าใจว่าเกิดจากภาวะโภชนาการที่สมบูรณ์ ทำให้การพัฒนาการของร่างกายเร็วขึ้น

 

8.      การมีเพศสัมพันธ์ขณะมีประจำเดือน อาจมีอันตรายได้ ถ้ามีเชื้อโรคเข้าไป เพราะในขณะมีประจำเดือนพื้นผิวโพรงมดลูกจะมีลักษณะคล้ายแผล ซึ่งถ้ามีเชื้อโรครุนแรงอาจเข้าไปถึงโพรงมดลูกและเลยไปในช่องท้องได้

โอกาสในการตั้งครรภ์ขณะมีประจำเดือน นับว่ามีน้อยมาก ยกเว้นในบางรายที่มีรอบประจำเดือนสั้น แต่มีประจำเดือนนาน