พิพิธภัณฑ์สมุนไพร
ข้อมูลจากงานจุฬาฯวิชาการ 48
โดย คณะเภสัชศาสตร์
จัดแสดงที่ บูธลานจอดรถข้างศาลาพระเกี้ยว

สมุนไพรเป็นภูมิปัญญาไทยที่มีมาช้านาน เป็นยารักษาโรคที่สำคัญมาก มีการใช้สมุนไพรเป็นยามาตั้งแต่ครั้งอดีตและกำลังได้รับการส่งเสริมอย่างมาก ในปัจจุบันนี้ได้มีการศึกษาวิจัยแล้วเห็นว่า ในสมุนไพรมีตัวยาสำคัญที่มีประสิทธิภาพ ในการรักษาโรคต่างๆได้อย่างน่าทึ่งได้มีการสกัดเอาตัวยาสำคัญในสมุนไพรหลายชนิด มาผลิตเป็นยารักษาโรค ทั้งในรูปแบบแคปซูล ยาเม็ด และยาฉีด ดังนั้นเราจึงควรหันมาสนใจสมุนไพรกันให้มากขึ้น เพื่อประโยชน์มากมายที่เราจะได้รับและเพื่อสุขภาพของตัวเราเอง...

พิพิธภัณฑ์สมุนไพร (Museum of Natural Medicines) ตั้งอยู่ชั้น 3 บนอาคารโอสถศาลา คณะเภสัชศาสตร์ เปิดให้เข้าชมทุกวันพฤหัสบดี เวลา 9.00-12.00 น. (ยกเว้นวันหยุดราชการ) สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์สมุนไพรได้ตามวันและเวลาดังกล่าว และสามารถเข้าชมรายละเอียดต่างๆผ่านทางเวบไซต์ http://www.pharm.chula.ac.th/museum


• กวาวเครือ
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Pueraria mirifica
วงศ์ : Leguminosae
ส่วนที่ใช้ : หัว
สารสำคัญ : หัวกวาวเครือมีสารทางเคมีหลายตัวที่จัดอยู่ในกลุ่มไฟโตเอสโตรเจน (Phytoestrogen) ซึ่งเป็นสารที่มีฤทธิ์ เช่นเดียวกับเอสโตรเจน ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ควบคุมลักษณะทางเพศ
สรรพคุณ : ตามตำราไทยส่วนรากถูกนำมาใช้เป็นยาอายุวัฒนะ แก้อ่อนเพลีย กินไม่ได้นอนไม่หลับ บำรุงผิวพรรณและทรวงอกให้เต่งตึง โดยมีขนาดรับประทานเพียงวันละ1เม็ดพริกไทยอีกทั้งมีข้อห้ามใช้ในคนหนุ่มสาว


• ขมิ้นชัน
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Curcuma longa Linn.
วงศ์ : ขมิ้นแกง, ขมิ้นหยวก, ขมิ้นหัว (เชียงใหม่) หมิ้น (ภาคใต้)
ส่วนที่ใช้ : ZINGIBERACEAE
สารสำคัญ : เหง้าสดและแห้ง
สรรพคุณ : เหง้าของขมิ้นชันมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อ แบคทีเรีย เชื้อรา ลดการ อักเสบ และ มีฤทธิ์ในการ ขับน้ำดี น้ำมันหอมระเหย ในขมิ้นชัน มีสรรพคุณบรรเทา อาการปวดท้อง ท้องอืด แน่นจุดเสียด


• หล่อฮั่งก๊วย
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Monordica grosvenoril Swingle
วงศ์ : Cucurbitaceae
ส่วนที่ใช้ : ผล
สารสำคัญ : Mogroside
สรรพคุณ : เนื่องจากหล่ฮฮั่งก๊วยมีสารให้ความหวาน ( มากกว่าน้ำตาล มากกว่า 250 เท่า ) จึงนำมาใช้แต่งรสหวานโดยที่ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดเพิ่มสูงขึ้น ในประเทศจีนใช้กันมากในเรื่องของการแก้ร้อนใน แก้กระหายน้ำ ทำให้ชุ่มคอ แก้ไอ ขับเสมหะ


• เห็ดหลินจือ
ชื่อภาษาอังกฤษ : Lacquered mushroom และ Holy mushroom
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Ganoderma lucidum (Fr.) Karst. Polyporaceae
สารสำคัญ : Polysaccharide, Triterpenoides, Steroid, Protoallcaloid เป็นต้น
สรรพคุณ : บำรุงร่างกายให้แข็งแรง ช่วยย่อยอาหาร แก้อ่อนเพลีย นอนไม่หลับ ธาตุพิการ และไอ หอบ หืด เป็นต้น

จากการทดลองพบว่า สารกลุ่ม Polysaccharide จะออกฤทธิ์ต้านมะเร็ง และกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ลดการอักเสบและป้องกันอันตรายจากการฉายรังสี กลุ่ม Protoalkaloid จะยับยั้งการจับตัวของเกล็ดเลือด สารกลุ่ม Peptidoglycan จะช่วยลดน้ำตาลในเลือด

เห็ดหลินจือ หรือเห็ดหมื่นปี เป็นพืชสมุนไพรที่นำมาใช้เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารอีกชนิดหนึ่งคือ นิยมใช้แพร่หลายในประเทศจีน ญี่ปุ่น เกาหลี เชื่อว่ามีสารที่ต้านมะเร็งได้ มีการศึกษาในสัตว์ทดลองเกี่ยวกับฤทธิ์อของสารสกัดจากเห็ดหลินจือ พบว่าลดควมดันโลหิต ลดโคเรสเตอรอล ลดน้ำตาลในเลือด ยับยั้งการเกาะกลุ่มของเกล็ดเลือด


• เสลดพังพอนตัวผู้
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Barleria lupulina Lindi.
ชื่ออื่น : ชองระอา , พิมเสนต้น
วงศ์ : Acanthaceae
ส่วนที่ใช้ : ใบสด
สารสำคัญ : ในมีสาร iridoid glycosides
สรรพคุณ : ใช้บรรเทาอาการโรคผิวหนังจำพวกเริม และงูสวัด โดยใช้ในสดครั้งละ 1 กำมือโขลกให้ละเอียดแทรกพิมเสนเล็กน้อย นำมาทาหรือโขลกผสมเหล้าแล้วพอกบ่อยๆ บริเวณที่มีอาการ

ใบสดของเสลดพังพอนบรรเทาอาการแก้แพ้อักเสบ ใช้แก้พิษแมลงสัตว์กัด ต่อย (ไม่รวมพิษงู), แก้โรคผิวหนัง ผื่นคันโดยใช้ 2 – 10 ใบ ขยี้หรือตำให้แหลก โดยเอาน้ำที่ได้มาทาหรือพอกบริเวณที่เป็น หรือโขลกผสมกับเหล้าเล็กน้อยก็ได้ พบฤทธิ์ต้านอักเสบเมื่อนำมาทดสอบกับสัตว์ทดลอง


• เสลดพังพอนตัวเมีย
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Climacanthus nutans (Burm.f.) Lindau
ชื่ออื่น : พญาปล้องทอง, พญายอ
วงศ์ : Acanthaceae
ส่วนที่ใช้ : ใบ
สารสำคัญ : Flavonoid
สรรพคุณ : บรรเทาอาการอักเสบเฉพาะที่ ถอนพิษแมลงสัตว์กัด ต่อย รักษาโรคเริม งูสวัด การที่ใบพญายอสด สามารถบรรเทาโรคเริม งูสวัดได้ เพราะสารสกัดของใบพญายอมีฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส (HERPES SIMPLEX TYPE-2) ซึ่งทำให้เกิดโรคเริมได้ และออกฤทธิ์ต้านเชื้อไวรัส (VARICELLA ZOSTER) ซึ่งทำให้เกิดโรคงูสวัด และโรคอีสุกอีใสได้ด้วย

บรรเทาอาการแพ้ อักเสบจากแมลงสัตว์กัด ต่อย โดยใช้ใบของพญายอ โขลกกับเหล้า ทาบริเวณที่มีอาการ


• หญ้าหนวดแมว
ชื่อภาษาอังกฤษ : Java Tea
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Orthosiphon aristatus (Blume) Miq.
วงศ์ : Labiatae
ส่วนที่ใช้ : ใบและยอด
สารสำคัญ : เกลือของ potassium และ Orthosiphonin
สรรพคุณ : ขับปัสสาวะ , ขับก้อนนิ่วขนาดเล็ก
ข้อควรระวัง : ไม่ควรใช้ในผู้ป่วยที่บวมน้ำเนื่องจากโรคหัวใจหรือโรคใต ไม่ควรใช้ในหญิงมีครรภ์ หรือระหว่างให้นมบุตร


• ฟ้าทะลายโจร
ชื่อภาษาอังกฤษ : King of bitterness
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Andrographis paniculata Wall.ex Ness.
ชื่ออื่น : ซิปังกี (จีน) , น้ำลายพังพอน (ไทย)
วงศ์ : Acanthaceae
ส่วนที่ใช้ : ทั้งต้นและใบ
สารสำคัญ : มีสารสำคัญจำพวก diterpene lactones หลายชนิด ได้แก่ andrographolide , neoandrographolide , deoxyandrographolide , deoxy-didehydroandrographolide
สรรพคุณ :
ใบ >> รักษาแผลน้ำร้อนลวก แก้ไฟไหม้ โดยนำมาบดผสมกับน้ำ้มันพืช ใช้ทาบริเวณที่เป็นแผล

ต้น >> แก้บิดชนิดติดเชื้อ แก้ทางเดินอาหารอักเสบ แก้หวัด แก้ปอดอักเสบและแก้อาหารท้องเดิน โดยใช้ต้นประมาณ 1-3 กำ แล้วต้มกับน้ำดื่ม


• แพงพวยฝรั่ง
ชื่อภาษาอังกฤษ : Periwinkle
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Catharanthus roseus (L.) G.Don
วงศ์ : Apocynaceae
ส่วนที่ใช้ : ทั้งต้น
สารสำคัญ : มีสารอัลคคาลอยด์มากกว่า 100 ชนิด แต่ที่เป็นยาในปัจจุบันคือ Vincristine และ Vinblastine
สรรพคุณ : อัลคาลอยด์บริสุทธิ์ – ใช้ในรูปยาฉีดแก้โรคมะเร็งในเม็ดโลหิต


• บอระเพ็ด
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Tinospora crispa (L.) Miers ex Hook.f.& Thomson
วงศ์ : Menispermaceae
ส่วนที่ใช้ : เถา , ต้น
สารสำคัญ :
1. สารกลุ่ม terpenoid เช่น Borapetoside A , Borapetoside B , Borapetol A , Tinocrisposide เป็นต้น

2. สารกลุ่ม Alkaloids เช่น N-formylannonaine , N-acetylnornuciferine เป็นต้น
สรรพคุณ :
เถา >> แก้ไข้ แก้ร้อนไหน กระหายน้ำ บำรุงกำลัง บำรุงไฟธาตุ ช่วยเจริญอาหาร โรคไข้พิษทุกชนิด

ใบ >> ขับพยาธิในท้อง รักษาฟัน ตำให้ละเอียดพอกฝี แก้ฟกช้ำ ปวดแสบ ปวดร้อน

ผล >> เป็นยาแก้ไข้พิษอย่างแรงและเสมหะเป็นพิษ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ โรคโลหิตพิการ


• บุก
ชื่อภาษาอังกฤษ : Elephant Yam
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Amorphophallus paeoniifolins (Dennst.) Nicolson
ชื่ออื่น : บุกคางคก
วงศ์ : Araceae
ส่วนที่ใช้ : ลำต้นใต้ดิน (ต้องผ่านการเตรียมอย่างถูกต้องก่อนใช้)
สารสำคัญ : glucomannan
สรรพคุณ : บุก นับเป็นพืชที่มีปริมาณใยอาหารมากกว่าผลไม้บางชนิด มากกว่าสาหร่ายหรือว่านหางจระเข้เสียอีก ข้อดีของใยอาหารจากบุกนี้คือ จะช่วยทำให้การดูดซึมน้ำตาลกลูโคสเข้าสู่กระแสเลือดช้าลง ในขณะเดียวกันยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลในเลือดอีกด้วย


• ปัญจขันธ์
ชื่อภาษาอังกฤษ : Miracle grass , Southern ginseng
ชื่อทางวิทยาศาสตร์ : Gynostemma pentaphyllum Makino
ชื่ออื่น : เจียวกู่หลาน (จีน) , อะมาซูรู (ญี่ปุ่น) , ชาสตูล (ไทย)
วงศ์ : Cucurbitaceae
ส่วนที่ใช้ : ทั้งต้น
สารสำคัญ : Gypenoside , Flavonoids
สรรพคุณ : นักวิจัยชาวจีนและญี่ปุ่นพบว่า ปัญจขันธ์มีสารสำคัญหลายชนิดเรียกกันทั่วไปว่า gypenosides เป็นสารจำพวก saponin ซึ่งมีอยู่ไม่น้อยกว่า 80 ชนิดเป็นสารที่มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยให้นอนหลับ ลดระดับไขมันในเลือด เสริมระบบภูมิคุ้มกัน ยับยั้งเซลล์มะเร็งบางชนิด ยับยั้งการเกาะตัวของเกล็ดเลือด ต้านการอักเสบ และลดระดับน้ำตาลในเลือด