Smoke-free Pharma CU: คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ หนุนพลังเภสัชกรและนิสิต สู่สังคมปลอดบุหรี่
คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยสถานปฏิบัติการเภสัชกรรมชุมชน (โอสถศาลา) ดำเนินโครงการ “Smoke-free Pharma CU” อย่างต่อเนื่อง โดยมีเป้าหมายในการส่งเสริมการเลิกบุหรี่ในประชาชน นิสิต และบุคลากรในมหาวิทยาลัย รวมถึงชุมชนรอบข้าง ด้วยการใช้ศักยภาพของเภสัชกรและนิสิตเภสัชศาสตร์ในการให้คำปรึกษา ติดตาม และประเมินผลอย่างเป็นระบบ
โครงการนี้ตอบโจทย์ปัญหาสาธารณสุขสำคัญ เนื่องจากการสูบบุหรี่เป็นปัจจัยเสี่ยงหลักของโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (non-communicable diseases: NCDs) องค์การอนามัยโลกรายงานว่าทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากการสูบบุหรี่และควันบุหรี่มือสองมากกว่า 8 ล้านคนต่อปี และในประเทศไทยยังพบการใช้บุหรี่ไฟฟ้าในกลุ่มเยาวชนที่เพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวล ดังนั้นการจัดบริการช่วยเลิกบุหรี่ที่เข้าถึงได้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง
โอสถศาลาได้ให้บริการคำปรึกษาเลิกบุหรี่มาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการเข้าถึง โครงการนี้จึงมุ่งขยายบริการไปยังกลุ่มนิสิต บุคลากร และชุมชนรอบจุฬาฯ รวมถึงร้านค้าในย่านสยามสแควร์ พร้อมทั้งพัฒนาเครื่องมือดิจิทัล สื่อสุขภาพ และระบบติดตามผลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น (RDU country)
ผลการดำเนินงานล่าสุดพบว่า ผู้ใช้บริการร้อยละ 82 มีระดับความรู้ด้านการเลิกบุหรี่ดีขึ้น อัตราการเลิกบุหรี่สำเร็จอยู่ที่ร้อยละ 46 และมากกว่าร้อยละ 90 ของผู้รับบริการมีความพึงพอใจในระดับดีถึงดีมาก ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพของโครงการในการสร้างผลกระทบเชิงบวกต่อสุขภาพและคุณภาพชีวิต
นอกจากผลด้านสุขภาพ โครงการยังเป็นพื้นที่การเรียนรู้เชิงปฏิบัติสำหรับนิสิตเภสัชศาสตร์ โดยในแต่ละปีมีนิสิตปี 4 และปี 6 เข้าร่วมกว่า 70 คน เพื่อฝึกทักษะการเก็บข้อมูลสุขภาพ การประเมินระดับการพึ่งพานิโคติน การสื่อสารกับผู้ป่วย และการติดตามผลการเลิกบุหรี่ ส่งผลให้นิสิตเกิดการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง (experiential learning) และพัฒนาเป็นนักวิชาชีพที่สามารถมีบทบาทเชิงรุกในสังคมได้
โครงการยังเน้นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับหน่วยงานภายนอก เช่น สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) และ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อเสริมความแข็งแกร่งของบริการและสนับสนุนการรณรงค์สังคมปลอดบุหรี่ในวงกว้าง
ด้วยการดำเนินงานดังกล่าว Smoke-free Pharma CU จึงสอดคล้องกับ SDG 3 (Good Health and Well-being) ในการลดปัจจัยเสี่ยงต่อโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง และ SDG 17 (Partnerships for the Goals) ในการสร้างพันธมิตรความร่วมมือเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงพลังของวิชาชีพเภสัชกรรมในการมีส่วนร่วมแก้ปัญหาสาธารณสุขระดับชาติ และสะท้อนบทบาทของจุฬาฯ ในการขับเคลื่อนมหาวิทยาลัยและชุมชนสู่สังคมสุขภาวะปลอดบุหรี่อย่างยั่งยืน
เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ของคุณให้ดียิ่งขึ้น คุณสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า